ไม่ได้อัพมาน้านนานนนน
อาจจะช้าไปนิดส์นะคะ(จิงอ่ะ??)
เมื่อวันที่7-12พ.ค.ที่ผ่านมา(นานแล่ว~)
เคลเอเลน เจ้ ท่านแม่และอาอี๊ไปเที่ยวญี่ปุ่นมาค่ะ
สนุกโค๊ดดดด(ขออภัยเล็กน้อย)
ตอนขึ้นเครื่องบินไปญี่ปุ่น
คือต้องบินเกือบๆ5ชั่วโมงค่ะ
แล้วอึดอัดมาก..
ร้อนด้วย
หายใจแทบไม่ออกเลย
แต่ก็ยังฝืนตัวหลับให้ลงได้
พอตื่นก็ดูเรื่อง Music and Lyrics จบไป2รอบ
ต่อด้วย The prestige อีกรอบนึง
ตั้งใจดูเหมือนฟังรู้เรื่องมากค่ะ
จนแอร์โฮสเตสถามด้วย "น้องฟังญี่ปุ่นออกหรือคะ?เก่งจัง"
เราเงยหน้าขึ้นยิ้มกว้างและตอบอย่างมั่นใจ
ไม่ออกค่ะ
พี่เค้าเดินหายยยไปเยย
55+
ก็มันฟังไม่ออกนี่หว่า
(แล้วพึ่งมาฉลาดรู้ตอนบินกลับว่าเลือกภาษาได้ แป่วววว)
พอลงจากเครื่องบินก็ประมาณ6โมงกว่าๆของที่นู่น(เร็วกว่าไทย2ชม.)
นั่งรถทัวร์จากโอซาก้าไปเกียวโตไม่รู้กี่ชั่วโมง
แต่นั่งเอาหัวพิงไหล่แม่จนปวดระบมไปเลยT^T
พอถึงเกียวโตก็ไปตะลุยวัดค่ะ
(ขออภัยที่ลงรูปไม่ได้ค่ะ เพราะเดี๋ยวไปซ้ำกะรูปที่ไอ้พี่มันลงไปแล้ว อัพช้ากว่าก็เงี้ย ห้ามบ่นๆ)
คือที่ญี่ปุ่นเค้าห้ามขับรถขึ้นไปค่ะ เพราะอะไรไม่ทราบ ไกด์เล่าแต่.. หลับ
เดินขึ้นไปไกลมาก ชันด้วย แต่ขนมเต็มข้างทางเลย
เห็นแล้วละลายยยยย
ไกด์บอกว่า ขนมญี่ปุ่นมีหลักๆชัวร์ป้าบ4ชนิด
- แป้งห่อถั่ว
- ถั่วห่อแป้ง
- แป้งห่อแป้ง
- ถั่วห่อถั่ว
แล้วมันก็จริงเจ้าค่า^^
อาจะเป็รเพราะเกียวโตมีขนมที่เหมือนเป็นสัญญลักษณ์นะ
คือขนมเกี๊ยวถั่วแดง
เป็นแป้งรูปสามเหลี่ยมเหมือนเกี๊ยวทอดในก๋วยเตี๋ยวอ่าครับ
เหนียวหนึบหนับ ไส้ถั่วแดง
แต่ถั่วแดงญี่ปุ่นอร่อยมากกก
เสียแต่ว่ากินมากๆแล้วแสบคอค่ะ
วัดแรกที่ไปคือ วัดคิโยมิสึ (วัดน้ำใส)
มันมีน้ำไหลลงมาจากภูเขาน่ะค่ะ มี3สายด้วยกัน
สายแรก.. สุขภาพดี แข็งแรง ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ
สายที่สอง.. ความรักเจริญงอกง้ามงอกงาม(ไกด์พูดอย่างงี้จริงๆนะคะ= = เค้าแอบติ้งนิดๆ)
สายที่สาม.. ประสบความสำเร็จด้านการงาน
แต่ไกด์บอกว่า
ถ้าใครกินทั้ง3สายหรือ2สายจะไม่ดี
เพราะจะไม่สัมฤทธิ์ผล
และจะโดนมองว่า โลภมากและขี้งกค่ะ
หุหุ.. แต่อันนี้เอาเป็นว่าเคลเอเลนไม่บอกละกันว่าดื่มอันไหน
รสชาติมันแปลกๆชอบกลๆ
กื่นเข้าไปแก้วเล็กๆแต่เหมือนมันอิ่มเต็มท้อง
แปลกดีนะ แต่ความรู้สึกนั้นไม่ชอบเท่าไหร่
แล้วไปวัดของเณรน้อยอิคคิวซัง
ปราสาททองคินคะคุจิสวยมากมายยยยย
ไกด์บอกว่าเคลือบทองจริง!!
น่าขึ้นไปขูดกลับบ้านมาขาย แง่มๆ
สวยมากๆ
แล้ววัดที่สามคือ ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ
เป็นศาลที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพแห่งข้าว
(คำว่า อินาริ แปลว่า ข้าวค่ะ)
มันมีเสาสีแดงๆเยอะมาก ไกด์บอกว่าวัดนี้มีทั้งหมด2พันคู่
แปลเสร็จสรรพคือมี4พันต้นน่ะค่ะ
ตอนเดินขึ้นไม่เท่าไหร่
แต่เดินลงมันดูขลังๆไงไม่รู้
เสาทุกต้นจะเขียนด้วยตัวอักษรคันจิสีดำเป็นตัวเลขนับเรียงไปทีละต้น
(อย่างที่บอกไปข้างต้นล่ะค่ะ อ่านไม่ออก ฟังไม่รู้ เขียนไม่บรรลุ แต่การเดา100%ค่า ฮี่ๆ)
แล้วก็ไปที่พักเลย
โรงแรมที่พักในญี่ปุ่นนี่ดีทุกที่เลยอ่ะ
พอวันที่2
ไปนั่งรถไฟชินกันเช็นค่ะ
ตอนแรกเรากะนึกภาพว่ามันสวยๆหรูๆ
แต่มันม่ายช้ายยยย
แต่ก็ไม่แย่แบบโทรมๆรางรถไฟขาดเป็นช่วงๆ เบาะมีหนูแทะ ไม่ขนาดนั้นค่ะ
มันน่าจะเสียอย่างเดียว.. แอร์มันร้อน
แต่สะอาดมาก
แล้วก็ไปกินข้าวเที่ยงที่ริมทะเลสาบ.. ชื่ออะไรจำไม่ได้แล้ว
กินเท็มปุระค่ะ
เท็มปุระที่ไม่มีกุ้ง..T^T แง้
อยู่ริมทะเลสาบแท้ๆ เดินไป10ก้าวก็ตกน้ำ ดันไม่มีกุ้ง
อาไรก๊านนนนน
มีแต่เห็ด ปลาไข่(ท้องบวมเป่งเยย) และมะเขือม่วง=3=
กินเสร็จก็ไปล่องทะเลสาบค่ะ ลมเย้นเย็นจนหนาวเลยแหละ แหะๆ
พอลงเรือก็ไปบ่อกำมะถันค่ะ
มีไข่ต้มขายเปลือกดำขาย เพราะมันต้มด้วยกำมะถันนี่คะ
6ฟอง 500 เยน (ตอนคืนนั้นโทรกลับมาไทย ท่านพ่อบอกว่ามันเคยมี7ฟอง)
เคลเอเลนก็ได้เพื่อนที่ท่านพี่บอกว่าเกรียนก็ที่นี่แหละค่ะ
เดินขึ้นไปด้วยกัน คุยกันไปเรื่อยๆ
กว่าจะถึงบ่อบนนั้น เกือบครึ่งชั่วโมง แต่ไปถึงกลุ่มแรกของทัวร์เลย
อากาศดีค่ะ แต่กลิ่นมันฉุนแสบจมูก
จนตอนขาลงเคลเอเลนเมาเลย เมาจริงๆ แสบจมูกแล้วหัวมันเบลอๆ
เดินให้ตรงยังเดินไม่ได้อ่ะเอ้า
จนได้เพื่อนใหม่เกือบ10คนเพราะเมาอ่ะค่ะ^^
เขาบอกว่าไข่ต้มนี่ กินแล้วอายุยาวเพิ่มขึ้น7ปี
แต่กินได้แค่วันละลูก ไม่งั้นจะไม่สัมฤทธิ์ผล(อีกแล้ว)
แล้วก็ไปโรงแรมกันเลย
โรงแรมนี้มีออนเซ็นด้วยค่ะ
เคลเอเลนลง เพราะไม่งั้นถือว่าไม่ได้มาญี่ปุ่นซิคะ^^
มีคนน้อย เพราะเค้าอายไม่ลงกัน
พูดก็พูดเถอะค่ะ คนมันกล้านี่คะ คริๆ(หน้าด้านก็ว่ามา ภูมิใจจริงๆน่ะแกนี่= =*)
ที่ห้องอาการเห็นฟูเขาไฟฟูจิด้วย
สวยมากกกกกก
อยากเอารูปมาลงจริงๆ
โรงแรมนี้นอนพื้นด้วย ดีจัง
สบ้ายสบายยย
วันที่3
กินข้าวเช้าที่โรงแรม หมอกบังฟูเขาไฟเป็นระยะๆ หงุดหงิดมาก
แล้วเราก็ไปขึ้นภูเขาไฟกัน
เห็นหิมะแล้วอยากวิ่งไปจับเล่นนะ
แต่มันดำ= =*
เพราะมีคนชอบขึ้นไปเหยีบและถ่ายรูป เสียดายๆๆ
หนาวมากกกกกก 2องศาแหน่ะ
ลมพัดมาทีนึงถ้าไม่ได้ตั้งหลักคงปลิวตกภูเขาไปเลย
จริงๆค่ะ ไม่ได้เว่อร์ จริงๆอาจจะหนาวเพราะลมด้วยซ้ำ
บนนั้นขายขนมไวท์ช็อคโกแลตนมสาวด้วย ซื้อมากินที่บ้าน
ข้างๆมีขนมช็อคโกแลตสีดำๆน้ำตาลๆ แต่ไม่ได้ซื้อมา
แล้วพอขึ้นรถ ไกด์ถามว่าใครซื้อมาบ้างรึเปล่า?
เฉลย.. It's a ขนมจู๋เด็ก= =*
ตอนฟังถึงกับอึ้งไปเล็กน้อย
คนญี่ปุ่นนี่.. สารพัดจะคิดจริงๆ
บนนั้นมีอากาศกระป๋องขายด้วยแหละ(เปลี่ยนเรื่องด่วนๆ)
คิดได้ไงหว่า..
ของที่ญี่ปุ่นน่ารักมากๆ
แพ็คเกจน่ารัก
ตอนไปกินข้าวกลางวัน มื้อนี้คนติดใจกันเยอะมาก
สุกี้ยากี้^^
อร่อยมากค่ะ
พอกินเสร็จก็ออกไปเดินเล่นข้างนอกกับพี่ที่มาทัวร์ด้วยกันชื่อพี่เอ๋ย
มันเป็นท่าน้ำน่ะค่ะ มีเรือถีบให้เช่าเล่น
เคลเอเลนก็ไปนั่งจ้องปลาในน้ำ
หาไม่เจอซักตัว
จนสายตาเริ่มปรับได้กับความใสของน้ำและความดำเป็นวาวของหินข้างใต้
นิ่งไป3วิ..
...
..
.
"จ๊ากกกกกก!!!!!"
เคลเอเลนหัวแทบคะมำลงไปในน้ำ ดีที่หงายหลังลงพื้นทัน
ไม่งั้น.. คงลงไปจูจุ๊บปลาคร๊าฟสีดำตัวยาว2ฟุตแล้ว
โอ้ ก๊อด!!
ตกใจแทบตาย
หายใจแทบไม่ทัน..
คราวนี้เริ่มเข็ดละ
ยืนดูปลาแทน..
แล้วมีเสียงมาจากด้านหลัง..
"แคว๊ก!!"
สะดุ้งโหยงและหันไปดู
มันคือเป็ดน้ำแมนดาริน ไอ้ที่คอสีเขียววาวๆอ่ะค่ะ
เยอะแยะเลย
น่ารักมาก
แล้วก็ไปนั่งยองๆริมน้ำเล่นต้นแดนดีไลออน
แล้วไปวัดอาซากุซะ
ถ่ายรูปมาไม่รู้เลยว่าตั้งใจถ่ายใคร
คนเยอะมากๆ
ของขายเพียบเลยล่ะ
พี่เอ๋ยเลยลากใหม่ไปหาของกิน
หนูอ้วนพอแย้วว
แต่ก็เดินต้อยๆตามไปโดยดี
ขอเริ่มเย็นก็ไปชินจูกุ
พูดได้แค่3ประโยคค่ะ..
- ต่างจากเกียวโตลิบลับ..
แสงสีเสียงละลานตาหมดเลย
ต่างจากเกียวโตสุดๆ
เมืองหลวงญี่ปุ่นนี่คึกคักดีจัง(คึกคักดีจนเกินไปเลยแหละ)
- ผิดหวัง..
มันไม่มีไรมากมายให้ซื้ออย่างที่คิดเลยอ่ะ..
ถึงมีของน่ารักๆก็เหอะค่ะ
แต่ราคามันไม่น่ารักเลยซักอย่าง= =
ร้านร้อยเยนของเยอะค่ะ แต่ไม่มีไรน่าสนใจเท่าไหร่
ได้เป๋าตังค์สีดำมา ก็โอเค ตอนนี้ก็ใช้อยู่
และ..
น่ากลัวค่ะ..
คือตอนเย็นไปกินชาบูชาบู..
ไกด์บอกว่าจะพาไปดูสิงโต
แต่เคลเอเลนว่า..
มันยิ่งกว่าสิงโตนะคะ..
มีทั้งไฮไลท์เทา แดง ดำ ม่วงก็มี
บางคนหนวดดำปี๋คิ้วเข้ม ตัวดำแล้วย้อมหัวเหลือง
น่ากลัวกว่าผีอีกค่ะ..
แต่ที่น่ากลัวไม่ใช่สิงโตค่ะ
มันคือผู้ชายใส่แว่นดำ สูทดำ หมวกดำ ยืนอยู่หน้าร้านต่างๆที่มีป้ายตัวเลข18อยู่
ก็พอเดาได้ว่า ต่ำกว่า18ข้ามเข้า
และที่น่ากลัวกว่านั้น..
ทาอายชาโดว์ ลิปติกสีแดงแจ๊ด ปัดแก้มสีชมพู ย้อมผมสีทองไฮไลท์ชมพู ชุดหวิวมาก
สวย.. ไม่เถียงค่ะ แต่น่ากลัวม๊ากกกก
วันที่4
ไปTokyo Disney Sea ค่า
สวยมากกกกกกก
ลมเย็นเพราะตั้งอยู่ริมทะเล
เครื่องเล่นสนุกทุกอย่าง
รถไฟในนั้น เคลเอเลนเล่นมาทุกอย่างแล้ว ฮี่ๆ
เพราะแยกกับท่านแม่ ท่านพี่ และท่านอาอี๊ ไปกับพี่เอ๋ยและพรรคพวก
ไม่งั้นคงไม่ได้เล่นหรอกพวกเสียวๆน่ะ
แต่ผิดหวังนิดหน่อยอ่ะ
มันไม่ค่อยเสียวเท่าไหร่ แง่มๆ
ตอนเล่นรถไฟเหาะอันแรก ไกด์พาไป Jouney to the centre of the earth
เคลเอเลนนั่งกับพี่ผู้ชายทัวร์เดียวกัน
เค้าใส่แว่น เคลเอเลนก็ใส่แว่น
พอเข้าไปนั่งเค้าก็หันมาถาม "ถอดแว่นมั้ยอ่ะ? ถอดเนอะ"
เคลเอเลตอบแบบไม่ลังเล "ถอดค่ะ!!"
มันหายก็จบกันสิคะ..
แต่จริงๆไม่น่าถอดเลย.. แง
เพราะก่อนจะดิ่งวูบ..
มีสัตว์ประหลาดกะรูปปั้นสวยๆเยอะแยะเลย
อดดู แง้
แต่ดีไปอย่างนะคะ
ตอนมันวูบ คือมันกะให้ดูจนเผลอแล้วตกลงไปไง
แต่เคลเอเลนกับพี่กันต์ไม่ได้มอง เพราะมันเบลอ มองไปก็ไม่เห็น
เลยไม่แหกปากเท่าคนอื่น
รู้แค่ว่า..
ลมเย็นดีน้า~
แต่เครื่องเล่นที่นี่มันเล่นแป๊บเดียวทุกอันเลยอ่ะ
อาหารกลางวัน.. แกงกะหรี่..
ป่าป๊าทำอร่อยกว่าเย๊อะค่ะ 55+
แล้วก็ไปตะลอนๆเล่นต่อ คือวันนั้นทั้งวันเจอหน้าท่านแม่ ท่านพี่กะท่านป้าไม่กี่ครั้งเอง
ไปกับพวกรุ่นๆใกล้เคียงกันมันสนุกกว่าเยอะค่ะ^^
แล้วตอนที่เค้านัดเจอกันตอนเย็น
เคลเอเลนกับพี่ไปแย่งถ่ายรูปกับเดซี่ กะกู๊ฟฟี่มา
กู๊ฟฟี่นี่โกรธมาก..
ถ้าพูดญี่ปุ่นได้นี่จะแว้ดและ
เค้าด่ากลับไม่สน เพราะฟังไม่ออก 5+
คือรอนานมาก แล้วคนที่มาแซงก็ไม่มีมารยาทเอาซะเลย หนอยๆๆ
แล้วก็ไปโรงแรม
ระหว่างไปไกด์เล่าเรื่องผี
แต่เคลเอเลนไม่ได้ฟัง
มันง่วงค่ะ
งีบๆสัปหงกหน่อยๆ
แต่ตื่นช่วงที่ผีโผล่ทุกรอบเลยอ่ะ =*=
แล้วตอนนั้น เคลเอเลนอาบน้ำเสร็จก็เลยไปแต๊ดแต๋ที่ห้องท่านแม่
ตอนเดินกลับนี่แหละ..
คือมันก็ไกลพอสมควรนะคะ..
และแล้ว..
มีเสียงเหมือนคนเดินตามแฮะ..
หันไปมอง.. no body
คิดไปเองมั้ง อาจจะก้องมาจากทางเดินอื่น..
ออกเดินอีกรอบ..
มีเสียงอีกแล้ว
ตอนนั้นไม่ได้ใส่รองเท้า(ขี้เกียดอ่าค่ะ) พื้นก็ปูพรม
.....
....
...
..
.
แล้วเสียงมาจากไหน?
ตั้งคำถามกับตัวเอง..
ยืนแข็งทื่ออยู่ซักพักก็วิ่งๆๆๆกลับห้อง
ก็มีเสียงเดินตามดังเรื่อยๆ
จนถึงห้องรัวเคาะประตูใหญ่เลย
โดดขึ้นเตียงคลุมโปงหอบแฮ่กๆ
แล้วเราก็นึกว่าเจอคนเดียว..
ท่านพี่ก็เจอด้วย..
เปลี่ยนเรื่องดีกว่าแฮะ.. ชักขนลุก
วันที่5(วันสุดท้าย)
ไปวัดนาริตะซัง
สวยมากค่ะ..
อากาศดี..
ตุ๊กตาน่ารักๆตรึมเลย
อ้อ ลืมเล่าเรื่องฮาๆอีกเรื่อง
วันแรกที่ไปญี่ปุ่นน่ะค่ะ
ข้าวเย็นเป็นบาร์บีคิว ที่เป็นโต๊ะแล้วมีหลุมกลางโต๊ะไว้ย่างเนื้อ
ตอนเดินไปเติมน้ำ มีคนเดิมมาถาม "Where did You get this glass?"
เราก็ตอบไป "Uh.. i got iy from my guide"
เค้าก็พยักหน้าหงึกๆแล้วเดินไปประมาณ3-4เมตรแล้วบอกเพื่อนเค้า..
"เฮ้ยแก.. ทัวร์เค้าแจกเว้ย!!"
อ่า.. หนูหน้าตาไม่เหมือนคนไทยหรอคะ???
เราหน้าญี่ปุ่นขนาดนั้นเชียวรึ????
จบการเล่าเรื่องอันแสนยาวค่า
(บางคนอาจจะบอกว่าเล่าเหมือนบล็อคของพี่Otakiนะคะ แต่คนละคนค่ะ ไม่ใช่Otakiแน่นอน นั่นมันพี่สาวหนู!!)
บ้ายบายค่ะ
edit @ 2007/06/03 16:04:18